in

เกมรูเล็ตออนไลน์ (Roulette) 

สำหรับเซียนพนันคาสิโนออนไลน์ หรือมือใหม่ คงไม่มีใครไม่รู้จัก เกมรูเล็ตออนไลน์ (Roulette) เพราะก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ได้รับความนิยม ไม่แพ้เกมพนันคาสิโนออนไลน์อื่น ๆ แต่อาจจะค่อนข้างเข้าใจยากกว่า เกมคาสิโนอยู่นิดหน่อย เมื่อทำการเทียบกันกับ เกมไพ่บาคาร่า เพราะว่าเกมรูเล็ต (Roulette) นั้นมีตารางรูเล็ตให้เลือกลงอยู่ สำหรับ European จะมีทั้งหมด 37 ช่อง ส่วน American มีทั้งหมด 38 ช่องนั่นเอง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอสมควรเมื่อเทียบกับเกมคาสิโนอื่น ๆ

เกมรูเล็ต เป็นเกมที่คลาสสิค และมีประวัติความเป็นมาที่ค่อนข้างยาวนานจากฝรั่งเศส เกมคาสิโนชนิดนี้มีชื่อเรียกเป็นอังกฤษว่า “Roulette” โดยมีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ล้อเล็ก ๆ” ถือว่าเป็นเกมคาสิโนระดับเวิลด์คลาส ที่จะต้องมีประจำให้บริการทั้งคาสิโนเล็กและคาสิโนใหญ่ ๆ โดยผู้เล่นจะใช้การพนันแพ้ชนะของเกม ด้วยการเลือกวางเดิมพันตามตัวเลข หรือ ตามช่วงของตัวเลข ๆ ต่าง ๆ ตามแถวหรือโซนที่ได้มีตารางกำกับไว้ และยังสามารถเลือกเดิมพันได้จากเลขคู่ – คี่ ,สีแดง – สีดำเป็นเกมที่ค่อนข้างยืดหยุ่นในเรื่องเงื่อนไขการวางเดิมพัน วิธีในการเล่นก็จะมี เจ้ามือ (ดีลเลอร์) ทำหน้าที่ในการหมุนวงล้อ รูเล็ตต์ ให้หมุน จากนั้นก็จะมีการโยนลูกบอลลงไปบนวงล้อ ผู้เล่นนั้นจะทราบผล เมื่อวงล้อหยุดและลูกบอลตกลงไป อยู่ที่ช่องหมายเลขใดหมายเลขหนึ่งในวงล้อ ซึ่งในปัจจุบันเรายังสามารถเล่นเกมรูเล็ตได้อย่างสะดวกขึ้นผ่านระบบ คาสิโนออนไลน์ สำหรับในปัจจุบัน การเล่นรูเล็ตจะมีการแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน แบ่งตามประเภทโต๊ะที่ให้บริการ

  1. American Roulette (อเมริกัน) 
  2. European Roulette (ยุโรป)

ความแตกต่างจะอยู่ที่จำนวนช่องที่ไม่เท่ากันโดย America จะมี 38 ช่อง แบบ European จะมี 37 ช่องตัวเลขที่เพิ่มมาแตกต่างกัน คือ 00

รูเล็ต ถูกคิดค้นขึ้นในศตวรรษที่ 17 ในประเทศฝรั่งเศส โดยชาวฝรั่งเศสชื่อว่า “แบลซ ปัสกาล ( Blaise Pascal)” ซึ่งเป็นนัก คณิตศาสตร์ ,ฟิสิกส์และนักปรัชญา และเริ่มมีการเล่นเกม รูเล็ตต์ อย่างแพร่หลายในศตวรรษที่ 18 รูปแบบกติกา การเล่นเกมรูเล็ตมีการปรับเปลี่ยนมาเรื่อย ๆ จนมาถึงรูปแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบันซึ่งถือว่ามีความสมบูรณ์มากที่สุด เมื่อสมัยก่อนยุคแรก ๆ เกมรูเล็ตจะถูกจำกัดการเล่นเอาไว้เฉพาะชนชั้นสูงของฝรั่งเศสเท่านั้น เกมรูเล็ตเริ่มมีการแพร่หลายกระจายไปทางฝั่งอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนถึงทุกวันนี้

วิธีการเล่นรูเล็ต และอัตราการจ่ายเงิน

1. แทงสเตรทอัพ เป็นการแทงเต็งหมายเลข 0 – 36 มีโอกาสชนะคือ 1 ใน 37 อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 35 หรือ แทง 10 บาท จ่าย 350 บาทนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการจ่ายที่สูงมากเลยทีเดียว

2. แทงสปลิท เป็นการแทงโต๊ด 2 หมายเลข ในแนวตั้งหรือแนวนอน มีโอกาสชนะคือ 2 ใน 37  อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 17 หรือ แทง 10 บาท จะได้รับ 170 บาทนั่นเอง แต่การแทงสปลิทจะง่ายกว่าการแทงแบบสเตรทอัพ และมีโอกาสออกมากกว่า

3. แทงสตรีท เป็นการแทงโต๊ด 3 หมายเลข ในแนวตั้งของตารางด้านบน โอกาสชนะคือ 1 ใน 12 อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 11 หรือ แทง 10 บาท จ่าย 110 บาท การแทงสตรีทจะเพิ่มโอกาสในการชนะเดิมพันมากขึ้นกว่า การแทงแบบสเตรทอัพและการแทงแบบสปลิท เพราะมีว่าโอกาสออกสูงกว่า

4. แทงมุม เป็นการแทงโต๊ด 4 ตัว โดยการวางชิปตรงมุมของหมายเลขให้ทับเลข 4 ตัว โอกาสชนะคือ 4 ใน 37 อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 8 หรือ แทง 10 บาท จ่าย 80 บาท การแทงมุมก็จะเพิ่มโอกาสในการชนะเดิมพันมากขึ้นกว่า การแทงแบบสเตรทอัพ การแทงแบบสปลิท และแบบสตรีท เพราะว่าโอกาสออกสูงกว่านั่นเอง

5. แทงไลน์ เป็นการแทงคล้าย ๆ การแทงสตรีท แต่เป็นการวางชิปให้ทับเส้น ทำให้การแทงนี้โต๊ดเลขทั้งหมด 6 ตัว โอกาสชนะคือ 1 ใน 6  อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 5 หรือ แทง 5 บาท จ่าย 50 บาท การแทงแบบนี้จะเป็นการแทงที่กว้างขึ้นโอกาสในการรับเงินก็จะสูงขึ้นไปอีก แต่อัตราการจ่ายก็จะต่ำลง

6. แทงคอลัมน์ เป็นการแทงโต๊ะทั้งคอลัมน์ โดยการวางชิปที่ท้ายคอลัมน์ การเดิมพันนี้ส่งผลต่อตัวเลข 12 ตัว มีโอกาสชนะคือ 1 ใน 3  อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 2 หรือ แทง 10 บาท จ่าย 20 การแทงแบบคอลัมน์นั้นจะถือว่าเป็นการแทงที่กว้างพอ ๆ กับการแทงโหลหรือการแทงไลน์นั่นเอง ผู้เล่นมีโอกาสชนะสูงมาก แต่อัตราการจ่ายก็จะต่ำลงเช่นเดียวกัน

7. แทงโหล คือการแทงตัวเลข 12 ตัว คือ 1 – 12, 13 – 24, 25 – 36 นั่นเอง มีโอกาสชนะคือ 1 ใน 3  อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 2 เหมือนกับแทงคอลัมน์ หรือ แทง 10 บาท จ่าย 20 การแทงโหลนั้นผู้เล่นมีโอกาสชนะสูงมาก แต่อัตราการจ่ายก็จะต่ำลงเช่นเดียวกัน

8. แทงสีแดง/สีดำ เป็นการแทงสีดำหรือสีแดง โอกาสชนะคือ 1 ใน 2 อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 1 การแทงสีดำ สีแดง ถือเป็นการแทงที่กว้างที่สุดของเกม รูเล็ตออนไลน์ เพราะเนื่องจากเป็นการคาดเดา 50% : 50 % มีโอกาสถูกผิดเท่า ๆ กัน คนส่วนมากจะเดิมพันสีกันมากที่สุด เพราะโอกาสออกมีเท่ากัน แต่อัตราการจ่ายจะต่ำที่สุด

9. แทงเลขคู่/เลขคี่ เป็นการแทงคู่คี่ของหมายเลขทั้งหมดที่จะออก โอกาสชนะคือ 1 ใน 2 อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 1 การแทงแบบนี้จะคล้าย ๆ กับการแทงสีแดง และ สีดำ เพราะเนื่องจากเป็นการคาดเดา 50% : 50 % มีโอกาสถูกผิดเท่าๆกัน เพราะโอกาสออกมีเท่ากัน แต่อัตราการจ่ายจะต่ำที่สุด

10. แทงสูง/ต่ำ การเลือกแทงเลข 1 – 18 คือต่ำ และการเลือกแทง 19 – 36 คือสูง โอกาสชนะคือ 1 ใน 2 อัตราต่อรองคือแทง 1 จ่าย 1 เช่นกันครับ การแทงสูง/ต่ำ นั้นก็เป็นที่นิยมอีกแบบนึงไม่แพ้การแดงคู่ คี่ หรือการแทง สีดำ สีแดง เพราะมีโอกาสออกมากเท่า ๆ กันเลย แต่อัตราการจ่ายจะต่ำที่สุด

กฎของรูเล็ตมีอะไรบ้าง

กฎรูเล็ต นั้นไม่ได้วุ่นวายมาก ซึ่งคุณสามารถเดิมพันได้อย่างหลากหลาย โดยจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือการเดิมพันข้างใน และเดิมพันข้างนอก ซึ่งการเดิมพันข้างใน จะวางบนตัวเลขเป็นหลัก เช่น เลขตัวเดียว เลขใกล้เคียง สีหมายเลขใกล้เคียง ในขณะที่การเดิมพันภายนอก นั้นคือวางเดิมพันรอบ ๆ หมายเลข เป็นเลขคู่ และเลขคี่ เป็นต้น และวิธีการเล่นรูเล็ตนั้นคุณแค่เพียงเดิมพัน และรอผลออกเพียงเท่านั้น ไม่มีอะไรยุ่งยาก โดยคุณสามารถศึกษาอัตราการต่อรองและการเดิมพันได้จากตารางด้านบน

วิธีเล่นรูเล็ตให้ได้เงิน 8 เทคนิค สำคัญที่คุณต้องรู้ พลาดไม่ได้!

  1. แทงเต็งเลข การเต็งเลขเป็นการแทงที่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลรางวัลก็สูงตามมาเช่นกันที่แนะนำการแทงนี้ เราควรแทงทีละหลาย ๆ ตัวเลข แทงไม่ต้องเยอะ เพราะถ้าแทงทีละเยอะจะทำให้หมดเยอะ ควรแทงเผื่อไว้ประมาณเลขละ 10 บาท (ถ้าถูกเราจะได้ 35 เท่า หรือ 360 บาทรวมทุน)
  2. แทงกลางโอกาสได้กำไรมากกว่า การแทงแบบนี้จะทำให้เรามีโอกาสได้มากกว่าเสีย เพราะมีอัตราการจ่าย 2 เท่า โดย 1 -12 เป็นต่ำ 13 – 24 เป็นกลาง และ 25 – 36 จะเป็นสูง หากเราเลือกแทงกลางโอกาสที่เลขจะออกก็มีมากกว่า แถมยังได้อัตราการจ่ายที่คุ้มค่า ใครที่อยากชนะการเดิมพันได้เงินแบบสุดคุ้ม ก็ต้องลองมาแทงกลางกันดู แล้วจะได้กำไรจากการเดิมพันอย่างคุ้มค่าที่สุด
  3. รู้จักวิเคราะห์เกมจากสถิติของการออกรางวัล ต้องคอยดูสถิติว่าออกซ้ำกันมากน้อยแค่ไหน หากออกต่ำซ้ำกัน 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้น แล้วไปออกสูงหนึ่งครั้ง ครั้งต่อไปให้แทงสูงจะมีโอกาสมากกว่า เพราะว่ารูปแบบของการออกผลจะวิ่งเข้าสู่จุดกึ่งกลาง คือ ออกต่ำ และสูงพอ ๆ กัน หากเราเล่นไปเยอะ ๆ แต่หากเมื่อไหร่ที่ผลออกมาสลับกันสูง ต่ำบ่อย ๆ ให้เราเลือกแทงสูงต่ำสลับกันซึ่งก็รับรองเลยว่า หากได้ใช้สูตรนี้ดูแล้ว จะสร้างกำไรให้กับคุณได้แน่นอน
  4. แทงดักสองฝั่ง คือเราจะแทง โซน 1-12 และ 13-24 เพราะว่าการแทงโซนหากแทงถูกจะได้รับรางวัล 2 เท่า โดยมีความเสี่ยงแค่ 1 ใน 3 หรือ 12 : 36 และยังมีโอกาสแทงชนะ 2 ใน 3 หรือ 24 : 36 โอกาสที่จะแทงถูกมีมากกว่าโอกาสจะเสียซะอีก หากนำสูตรนี้ไปใช้ รับรองว่าจะได้รับกำไรแน่นอน (สูตรนี้ทำกำไรได้ที่ละน้อย ๆ)
  5. แทงโต๊ดตัวเลข หากแทงกลาง หรือแทงดักสองฝั่ง ส่วนใหญ่ถ้าผลการแทงออกเลข 0 เราจะเสียทั้งหมด ดังนั้นเราจึงต้องแทง 0 เผื่อไว้ในทุก ๆ รอบ ไม่ต้องลงเยอะ (10 บาทก็ได้) หากถูกจะได้กลับมา 360 บาท เพราะฉะนั้นยอมเสียตาละ 10 บาทเพื่อความปลอดภัย แต่หากว่ามันออกมาเมื่อไหร่ก็กำไรแน่ ๆ
  6. ไม่แทงเยอะ การพนันทุกชนิดเราไม่ควรเดิมพันเยอะอยู่แล้ว เพราะถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา จะทำให้เราหงุดหงิด ขาดสติในการแทง เราควรต้องแทงทีละนิด ๆ ค่อย ๆ เก็บสะสมกำไรไปเรื่อย ๆ ดีกว่า
  7. แทงแบบใจเย็นและมีสติ นี่เป็นข้อสำคัญ ถ้าเกิดตอนไหนเราขาดสติ ใจร้อน จะทำให้เราวิเคราะห์และอ่านเกมไม่ออกจะทำให้การเล่นการพนันมีแต่เสีย ควรต้องมีสติ คิด วิเคราะห์ รูปแบบของการพนัน หรือ สถิติของการพนันนั้น ๆ ทำให้เราทายผลถูกแล้วกำไรก็จะตามมา การเล่นรูเล็ตให้ได้กำไรนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่เราควรเล่นอย่างมีสติ มีข้อมูลการเล่นมาเป็นอย่างดีเพื่อให้เอาชนะเกมได้ แค่นี้เราก็จะสร้างรายได้จากการเล่นรูเล็ตในทุกวัน และโอกาสที่จะเสียก็น้อยอีกด้วย
  8. ตั้งจุดออก กำไร/ขาดทุน ในการเล่นแต่ละครั้ง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะเสมอ  มันจะมีการแพ้ชนะผสมปนกันไป แต่ต้องรู้จัก cut loss หรือตัดขาดทุน ถ้าหากขาดทุนไปเท่าไรเราถึงจะตัดขาดทุน หรือกำไรเท่าไรเราจะเลิกเล่นเรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

What do you think?

Written by admin

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

GIPHY App Key not set. Please check settings

    Loading…

    0

    โบนัสเงินคืนรายสัปดาห์ สูงสุด 1.3%

    มวยสากลคืออะไร แนะนำความรู้กติกา